Buddhist มุ่งนิพพาน  (757 views)

What is Buddhist doing now?

มีสติ รู้กาย (ตาม)รู้ใจ ลงปัจจุบัน ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่น เป็นกลาง
More than 1 month ago  ·  Comment »

Location

Thailand

Birthday

April 16
 
Advertisement

Info

http://bud454545.hi5.com - Send it to your friends

Birthday

April 16

Location

Thailand

 

Interests

ธรรมะ


มีสติ รู้กาย (ตาม)รู้ใจ ในปัจจุบัน ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นเป็นกลาง
*ก่อนรู้:ไม่ดักรู้
*ขณะรู้:ไม่ถลำลงไปรู้
*หลังรู้:ไม่แทรกแซง ถ้าไม่เป็นกลาง[ยินดี-ยินร้าย] ก็รู้ลงไปอีกชั้น
...รู้เล่นๆ รู้สบายๆ รู้เนืองๆ


แจกฟรีซีดีธรรมะ “รวมแสดงธรรมและธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช”

กระผมมีความประสงค์ที่จะแจกซีดีธรรมะ เพื่อเป็นธรรมทาน แก่ผู้ที่สนใจทุกท่าน

โดยซีดีแผ่นนี้ เป็นการรวบรวมจากการที่ผมได้ฟังซีดีของของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
ทั้งการแสดงธรรมและธรรมเทศนา ที่ผมมีทั้งหมดประมาณ 20 แผ่น
และผมได้คัดเลือกและรวบรวมไฟล์ ที่ผมคิดว่ามีเนื้อหาครอบคลุมและครบถ้วน
สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาการปฏิบัติธรรม ในแนวทางดูจิตของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
มารวมกันไว้ อยู่ในแผ่นเดียว รวมทั้งได้มีการเรียงลำดับเนื้อหา
การฟังก่อน-หลัง ที่ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์มากที่สุด

ซีดีนี้เหมาะสำหรับทั้ง ท่านที่ต้องการศึกษาการปฏิบัติธรรม ในแนวทางดูจิต
ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช รวมถึงท่านปฏิบัติอยู่แล้ว และต้องการมีซีดี
ที่มีเนื้อหาครอบคลุมและครบถ้วนอยู่ในแผ่นเดียว ไว้เพื่อฟังซ้ำไปเรื่อยๆ
ซึ่งทำให้สะดวก และประหยัดเวลาในการศึกษามากยิ่งขึ้น

โดยในซีดี “รวมแสดงธรรมและธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช”
ประกอบด้วยไฟล์ ดังนี้

1. แสดงธรรม เรื่อง วิธีการปฏิบัติ ที่สวนสันติธรรม วันที่ 13 กรกฎาคม 2549
2. แสดงธรรม ที่ศาลาลุงชิน ครั้งที่ 1 วันที่ 21 พฤษภาคม 2549
3. แสดงธรรม ที่ศาลาลุงชิน ครั้งที่ 3 วันที่ 16 กรกฎาคม 2549
4. แสดงธรรม ที่ศาลาลุงชิน ครั้งที่ 8 วันที่ 21 มกราคม 2550
5. แสดงธรรม ที่ศาลาลุงชิน ครั้งที่ 16 วันที่ 16 ธันวาคม 2550
6. ธรรมเทศนา ที่สวนสันติธรรม วันที่ 15 เมษายน 2550
7. ธรรมเทศนา ที่สวนสันติธรรม วันที่ 13 พฤษภาคม 2550
8. ธรรมเทศนา ที่สวนสันติธรรม วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2550
9. ธรรมเทศนา ที่สวนสันติธรรม วันที่ 24 มีนาคม 2550
10. ธรรมเทศนา ที่สวนสันติธรรม วันที่ 19 กันยายน 2550
11. ธรรมเทศนา ที่สวนสันติธรรม วันที่ 15 มิถุนายน 2550 ช่วงที่ 1
12. ธรรมเทศนา ที่สวนสันติธรรม วันที่ 15 มิถุนายน 2550 ช่วงที่ 2
13. ธรรมเทศนา ที่สวนสันติธรรม วันที่ 2 มีนาคม 2550
14. ธรรมเทศนา ที่สวนสันติธรรม วันที่ 30 กรกฎาคม 2549
15. ธรรมเทศนา ที่สวนสันติธรรม วันที่ 5 พฤษภาคม 2550
(ไฟล์ที่ 1- 15 เป็น MP3 สามารถฟังด้วยเครื่องเล่น MP3 หรือ คอมพิวเตอร์)

และมีแถมไฟล์ หนังสือ “วิมุตติปฏิปทา” และ “ประมวลธรรมเทศนาของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช” และ “แก่นธรรมคำสอนของหลวงปู่ดูลย์” และ “วิมุตติมรรค” โดย หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ซึ่งสามารถเปิดอ่านด้วยคอมพิวเตอร์ และสั่งพิมพ์ ออกมาเป็นหนังสือได้

ซีดีนี้เผยแพร่เป็นธรรมทาน เมื่อท่านได้รับแล้ว ขอความกรุณาศึกษา โดยการฟังทั้งแผ่น อย่างน้อย 1 ครั้ง ด้วยครับ ซึ่งคาดว่าจะเกิดประโยชน์แก่ทุกท่านเป็นอย่างมาก

สำหรับท่านที่ต้องการซีดี
กรุณาแจ้ง ชื่อ ที่อยู่ โดยละเอียด และจำนวนที่ต้องการ
(กรุณาตรวจสอบให้รอบคอบเพื่อป้องกัน การส่งผิดพลาด)
โดยส่ง E-mail มาที่ bud454545@yahoo.com
ผมจะดำเนินการส่งซีดีไปให้ครับ

Favorite Music

ธรรมะของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโช
 

Favorite Books

หนังสือของ คุณดังตฤณ และ อ.สุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา
 

Favorite Quote

คำตรัสของพระพุทธเจ้า

"ความทุกข์ทั้งมวลมีรากมาจากตัณหาอุปาทาน ความทะยานอยากดิ้นรน และความยึดมั่นถือมั่น ว่าเป็นเราเป็นของเรา รวมถึงความเพลินใจในอารมณ์ต่างๆ สิ่งที่เข้าไปเกาะเกี่ยวยึดถือไว้โดยความเป็นตน เป็นของตน จะไม่ก่อทุกข์ก่อโทษให้นั้น เป็นไม่มีหาไม่ได้ในโลกนี้

เมื่อใดบุคคลมาเห็นสักแต่ว่าได้เห็น ฟังสักแต่ว่าได้ฟัง รู้สักแต่ว่าได้รู้ เข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆสักแต่ว่าเข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่หลงใหลพัวพันมัวเมา เมื่อนั้นจิตก็จะว่างจากการยึดถือต่างๆ ปลอดโปร่ง แจ่มใส เบิกบานอยู่

เธอจงมองดูโลกนี้โดยความเป็นของว่างเปล่า มีสติอยู่ทุกเมื่อ(เนืองๆ) ถอนอัตตานุทิฏฐิ คือความยึดมั่นถือมั่นเรื่องตัวตนเสียด้วยประการฉะนี้ เธอจะเบาสบายคลายทุกข์ คลายกังวล ไม่มีความสุขใดยิ่งกว่าการปล่อยวางและการสำรวมตนอยู่ในธรรม"
 

hi5 Games

Play hi5 Games

Buddhist hasn't played any games recently.

 

Journal

View All 76 Entries    Add Comment

ธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
ที่สวนสันติธรรม วันที่ ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๙ (ตอนที่ ๑)

ทีแรกว่าวันนี้สบายนะ วันนี้เริ่มไม่สบายแล้ว มันไม่เที่ยง เมื่อเช้าที่คุยกับอาจารย์อนัตตานะ พูดเรื่องเครื่องมือในการเจริญสติ เครื่องมือหลักๆ ก็คือสติ สัมมาสมาธิ คือเครื่องมือหลักๆ ผลผลิตของมันก็เป็นปัญญา เอาปัญญาเกิดขึ้น ปัญญาทำหน้าที่ประหารกิเลส ทำลาย ตัดกิเลส ตัดสังโยชน์ ถ้าตัดสังโยชน์นี่เรียกว่าเป็นปัญญาในระดับอริยมรรค เพราะฉะนั้นต้องเรียนมากๆ เรื่องสติ กับสัมมาสมาธิ ต้องเรียนสองอันนี้เยอะๆ หน่อย ถ้ามีสติอย่างเดียวนะ ขาดสัมมาสมาธินี่ มันไม่มีกำลังที่จะตัดสินความรู้ สัมมาสมาธิเป็นตัวสำคัญที่ทำให้เกิดปัญญา สัมมาสมาธิคือความตั้งมั่น ความตั้งมั่นของจิต เราจะรู้สึกว่าพอจิตมันถึงฐานของมันจริงๆ นะ มันรู้สึกเลย จิตใจตั้งมั่น จะสามารถสักว่ารู้สักว่าดูอะไรได้หมด นี้ส่วนใหญ่พวกเราจิตใจไม่ตั้งมั่น สมาธิที่พวกเรารู้จักนี่มันเป็นมิจฉาสมาธิ จิตมันชอบเข้าไปตั้งแช่ในอารมณ์ ยกตัวอย่างเวลาเรารู้ลมหายใจเข้าหายใจออก ใจเราชอบไหลเข้าไปอยู่ที่ลม พอรู้ลมนี่ใจก็ไหลไปอยู่ที่ลม เราไปดูท้องพองยุบ ใจไหลไปอยู่ที่ท้อง เราเดินจงกรมยกเท้าย่างเท้า ใจไหลไปอยู่ที่เท้า

บางสำนัก สายหลวงพ่อเทียนท่านขยับมือ ขยับมือ ลูกศิษย์จำนวนมากเลย ใจไหลเข้าไปอยู่ในมือ ใจไหลเข้าไปอยู่ในมือ กับไหลเข้าไปอยู่ที่ท้อง ไหลไปอยู่ที่เท้า ไหลไปอยู่ในลมหายใจ มันก็ไหลเหมือนกัน ใจไม่ตั้งมั่น พอใจไม่ตั้งมั่นนะ ปัญญาจะเกิดไม่ได้จริงหรอก ได้แต่เพ่ง ใจจะเข้าไปแนบ อยู่ในอารมณ์อันเดียว อย่างต่อเนื่อง สงบ ดีแล้วเกิดปีติ ขนลุกขนพอง ตัวลอย ตัวเบา ตัวโพรง ตัวใหญ่ ตัวหนัก มีสารพัด อาการที่แปลกๆ กว่าปกติทั้งหลาย เป็นอาการของปีติ ขนลุกขนพอง วูบๆ วาบๆ นะ เหมือนฟ้าแลบแปล๊บๆ ปล๊าบๆ อะไรอย่างนี้ มันเป็นอาการที่ใจมันทำสมถะ เข้าไปแช่ในอารมณ์นานๆ แล้วจิตใต้สำนึกก็ทำงานปรุงอะไรต่ออะไรขึ้นมา แล้วแต่มันจะชอบ บางคนปรุงเห็นผีเห็นสางอะไรก็ได้นะ บอกว่าผีหลอก จริงๆ หลอกตัวเอง

ค่อยๆ สังเกตไปใจที่ตั้งมั่นกับใจที่ไหลไป วิธีหัดง่ายๆ เลย หัดสังเกตจิตใจของเรา อย่างนั่งฟังหลวงพ่อพูดนะ เดี๋ยวใจก็ไหลไปคิด เดี๋ยวก็ตั้งใจฟัง ฟังแล้วก็ไหลไปคิด ดูออกมั้ย คุณนี่ ฟังไปแล้วก็คิดไป สลับ ดูออกมั้ย แต่เราไม่เคยเห็นจิตที่ไหลไป เพราะฉะนั้นจิตเราไม่ได้ตั้งมั่นจริง คุณลองดูท้องพองยุบซิ ลองเคยทำดูพองยุบมั้ย เคยใช่มั้ย ลองทำเหมือนที่เคยปฏิบัติ ลองเลย ทำจริงๆ ลืมหลวงพ่อซะ นี่รู้สึกมั้ย ใจเรารวมไปอยู่ที่ท้อง ใจเราเคลื่อนไปอยู่ที่ท้อง นึกออกมั้ย นี่แหละคือการทำสมถะล่ะ นะ แล้วพวกเราชอบคิดว่าวิปัสสนา ไม่ใช่วิปัสสนา จิตไม่ตั้งมั่น จิตไหลไปแล้ว ไหลไป งั้นวิธีการที่ง่ายๆ นะ ที่คุณจะดูก็คือ จิตเราไหลไปเรารู้ทันว่าไหล อย่าดึงนะ อย่าออกแรงดึงนะ ถ้าเราเห็นไหลไปแล้วเราดึงนี่ จะแน่นขึ้นมา นี่ส่งใจไปดูอีกแล้วรู้สึกมั้ย ใจเราเคลื่อนไปดู ให้รู้ว่าเราหลงไปดูแล้ว มันคล้ายๆ เราดูโทรทัศน์น่ะ หรือเราจ้องจอคอมพิวเตอร์ ในนี้เหมือนมีจอคอมพิวเตอร์อันนึง เราจ้องไปที่จอ รู้สึกมั้ยเราถลำไปที่จอ ใช้ไม่ได้นะ ที่นักปฏิบัติเกือบร้อยละร้อยพลาด ก็พลาดตรงนี้เอง จิตไม่ตั้งมั่น กับจิตตั้งแช่ เข้าไปแช่นิ่งๆ อยู่ที่ท้อง เข้าไปแช่อยู่ที่ลม เข้าไปแช่อยู่ที่เท้า ตราบใดจิตตั้งแช่ มันก็ได้แต่สมถะ สงบไปเฉยๆ แหละ แต่ถ้าจิตตั้งมั่นนะ มันจะเห็นเลย จิตอยู่ต่างหากนะ ความคิดก็ส่วนความคิด จิตส่วนจิต รูปส่วนรูป นามส่วนนาม ไม่ก้าวก่ายกันหรอก จิตหลุดออกจากโลกของความคิดเลย แล้วก็ไม่ได้เพ่งกายไม่ได้เพ่งใจนะ แต่รู้กายรู้ใจ

รู้กายรู้ใจกับเพ่งกายเพ่งใจไม่เหมือนกัน เวลาเราเพ่งกายเพ่งใจนะ เบื้องต้นเราเกิดอยากก่อน อยากปฏิบัติ พออยากปฏิบัติเราก็จงใจกำหนดรูปกำหนดนาม เราคิดว่าถ้าเอาสติไปกำหนด สติมีหน้าที่กำหนด ถ้าเรียนอภิธรรมอย่าง อาจารย์อนัตตาจะทราบ สติไม่ได้แปลว่ากำหนด สติแปลว่าความไม่ประมาท ความไม่หลงลืม ความไม่เลื่อนลอยๆ แต่จิตใจของเราชอบเลื่อยลอย รู้สึกมั้ยลอยไปลอยมา ตอนเนี้ยลอยไปคิดแล้ว นึกออกมั้ย จิตเราลอยไปคิด เวลาที่เราไม่ได้นึกเรื่องปฏิบัติจิตเราก็ลอยไปคิด เค้าเรียกว่าขาดสติ เวลาเรานึกถึงการปฏิบัติเราก็ไปเพ่งใส่ลงไป จิตเราเคลื่อนไป จ่อนิ่งๆ ไว้ อันนั้นไม่ใช่การรู้รูปนาม แต่เป็นการเพ่ง เพ่งรูปเพ่งนาม เพ่งรูปเพ่งนามเป็นสมถะนะ หลายคนเข้าใจว่า ถ้ารู้รูปนามแล้วก็ ถ้ามีอารมณ์รูปนามแล้วต้องเป็นวิปัสสนา ไม่จำเป็นนะ ทำวิปัสสนานี่ต้องใช้อารมณ์รูปนาม ต้องรู้ อารมณ์รูปนาม อันนี้แน่นอน จะไปรู้อารมณ์บัญญัติหรือไปรู้อารมณ์นิพพานไม่ได้ ไม่ใช่วิปัสสนา แต่สมถะนี่ใช้อารมณ์บัญญัติก็ได้ อารมณ์รูปนามก็ได้ กระทั่งอารมณ์นิพพานก็ใช้ทำสมถะได้ พระอริยะเจ้าทำสมถะโดยใช้อารมณ์รูปนามก็ได้ ใช้บัญญัติก็ได้ ใช้อารมณ์นิพพานก็ได้ คนทั่วๆ ไปทำสมถะได้โดยใช้อารมณ์บัญญัติคือเรื่องราวที่คิด กับรูปนาม เพ่งรูปเพ่งนาม เป็นสมถะ งั้นอย่างที่เราเดินจงกรมแล้วใจเราไปแนบเข้าไปที่เท้านี่นะ ทำสมถะอยู่ แต่ถ้าใจของเราตั้งมั่น มันจะเห็นเลย ตัวที่เดินนี้ไม่ใช่ตัวเรา เห็นทันทีนะ นี่เราเริ่มเห็นไตรลักษณ์ ร่างกายที่เคลื่อนไหวอยู่นี่ สักแต่ว่าเคลื่อนไหว สักแต่ว่าเป็นธาตุ มันรู้ด้วยใจ รู้สึกเอา ไม่ใช่คิดนะ ถ้าคิดใช้ไม่ได้ มันรู้สึกเอาถึงความเป็นธาตุของร่างกาย รู้สึกเอาถึงความไหวของร่างกาย จะไม่รู้สึกว่าเราไหว หรือว่าธาตุนี้เป็นตัวเรา เพราะว่าเราหลุดออกจากโลกของความคิดได้แล้ว ฉะนั้นไม่ต้องบริกรรมนะ ไม่ต้องบริกรรม เมื่อไรบริกรรมเมื่อนั้นตกจากวิปัสสนาทันทีเลย อย่างเรามีสตินะ สมมติเราใจลอยไป เรามีสติระลึกได้ว่าใจลอย นี่ระลึกได้แล้ว ใช้ได้ นี่มีสติ ถ้ามีปัญญาก็จะต่อตามมาอีก เห็นเลย จิตจะใจลอยห้ามมันไม่ได้ จิตจะรู้สึกตัวสั่งไม่ได้ นี่แสดงความไม่เที่ยง แสดงอนัตตาได้ แต่ถ้าใจลอยไป รู้ว่าใจลอยปุ๊ป ดึงไว้ปั๊ป นี่เป็นสมถะนะ ใจลอยแล้วใจของเราก็ลอยตามมันไปด้วยเลย หลงไป เนี้ยหลงไป

ค่อยๆ ดูสภาวะนะ มาเรียนที่หลวงพ่อไม่ใช่เรียนปริยัตินะ หลายคนไปคุยกันบอกหลวงพ่อปราโมทย์สอนอภิธรรม หลวงพ่อปราโมทย์ไม่ได้เรียนอภิธรรมนะ แต่หลวงพ่อพูดเรื่องสภาวะล้วนๆ เลย อภิธรรมมันเป็นเรื่องของสภาวะล้วนๆ ต่างหากล่ะ งั้นไม่ใช่หลวงพ่อสอนอภิธรรมนะ หลวงพ่อสอนแต่เรื่องสภาวะ แต่บังเอิญๆ อภิธรรมมันคือสภาวะนั่นเอง เนี้ยสภาวะที่เราเห็นด้วยการปฏิบัตินะ กับสภาวะในตำรา อันเดียวกันน่ะ แต่สภาวะในตำราจะหยาบๆ นะ หยาบๆ อย่างโทสะนี่แยกได้ไม่กี่อย่าง พวกเราแยกได้เยอะเลย ขัดใจนิดหน่อยใช่มั้ย โมโหจนเห็นช้างเท่าหมู มีดีกรีด้วย ดีใจเสียใจ นี่แต่ละอันมันกระจายออกไป โอ้ยมีเยอะแยะ เยอะแยะเลย

หัดรู้สภาวะเรื่อยๆ แล้วสติจะเกิด หัดรู้ทันจิตที่ไม่ตั้งมั่น แล้วจิตจะตั้งมั่น ฉะนั้นหัดสองอันเนี้ย หัดรู้สภาวะไป เช่นใจเราลอยไปเรารู้ ใจเราไปคิดเรารู้ ใจเราไปเพ่งเรารู้ นะ ใจหนีไปคิดอีกแล้วทราบมั้ย นี่หลวงพ่อบอกแล้วนึกออกมั้ย คอยดูไปเรื่อยๆ นะพอใจเราไหลไป อย่าไปตั้งใจดูนะ ห้ามไปจ้องไว้ก่อน ต้องตามดู ต้องตามดูนะ ตรงนี้ก็เป็นหลักการสำคัญ สังเกตมั้ยหลวงพ่อพูดวนไปวนมา แต่เชื่อเหอะพวกเราเก็บไม่หมดหรอก เก็บไม่ได้หมดหรอกนะ วันหนึ่งวันหนึ่งเก็บไปได้นิดๆ หน่อยๆ นะ เหมือนเราโยนเพชรโยนทองให้ตะกร้าหนึ่งนะ ได้วันละนิดๆ หน่อยๆ แต่เก็บไปเรื่อยๆ เดี๋ยววันนึงเข้าใจสิ่งที่หลวงพ่อพูดแล้วจะรู้ว่าง่ายที่สุดเลย โง่แท้ๆ เลยที่ทำให้ยากน่ะ มันง่ายสุดๆ เลยนะ ไม่ได้ทำอะไรน่ะ ไม่ได้ทำอะไร เราหยุดความปรุงแต่งของจิตลงไป จิตมันหยุดปรุงแต่งเพราะมันฉลาดขึ้นมา แค่นั้นเอง จิตมันหยุดปรุงแต่งเพราะมันมีความรู้ความฉลาด แล้วมรรคผลนิพพานก็เกิดแล้ว ที่มรรคผลนิพพานเกิดไม่ได้ก็เพราะปรุงแต่งไม่เลิก นิพพานเป็นวิสังขารเป็นความไม่ปรุงแต่ง นิพพานเป็นความไม่อยาก เป็นวิราคะ ไม่อยาก เราอยากปฏิบัติ แล้วเราก็ปรุงแต่งการปฏิบัตินะ กำหนดรูป กำหนดนามอะไรนี่ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการบรรลุมรรคผลนิพพานเลย เป็นสิ่งที่ปรุงแต่งขึ้นมาล้วนๆ เลย วิธีปฏิบัติที่ง่ายๆ ก็คือ มันปรุงขึ้นมารู้ว่าปรุง การปรุงแต่งมีสองอันนะ อันหนึ่งขันธ์มันปรุงแต่ง ขันธ์มันปรุงแต่งน่ะขันธ์มันเป็นสังขารธรรม เป็นสังขตธรรม ขันธ์มีหน้าที่ปรุงแต่งอยู่แล้ว เราก็ชอบไปทำยังไง ขันธ์จะไม่ปรุงแต่ง เช่นทำยังไง ใจจะไม่คิด ใจมีหน้าที่คิดนะ ไม่ใช่ไปปรุงแต่งไม่ให้คิด งั้นที่ว่าพ้นความปรุงแต่งไม่ใช่ไปทำขันธ์ไม่ให้ปรุงแต่งนะ ขันธ์มีหน้าที่ปรุงแต่งเพราะขันธ์เป็นธรรมะฝ่ายปรุงแต่ง หน้าที่เราก็คือรู้ขันธ์ตามความเป็นจริงแล้วอย่าไปปรุงแต่งขันธ์ ตัวนี้ต่างหากที่สำคัญ เราอย่าไปปรุงแต่งขันธ์ซะเอง อย่างเช่นจิตมันปรุงกิเลสขึ้นมา เรารู้ทัน เช่นมันปรุงความโกรธขึ้นมาเรารู้ทันนะ ไม่ต้องไปปรุงว่าทำยังไงจะหายโกรธ ปรุงว่าทำยังไงจะไม่โกรธอีก อันนี้เราปรุงแล้วนะ เราปรุง เราไปแทรกแซงขันธ์แล้ว อย่าแทรกแซงขันธ์นะ ให้รู้ขันธ์ตามที่เค้าเป็น เช่นเรานั่งๆ อยู่ใจลอยไป ไม่ต้องฝึกว่าทำยังไงจะไม่ใจลอย ยังไงก็ลอย เพราะว่าขันธ์ก็จะปรุงแต่งความใจลอยมันก็เรื่องของเค้า พอขันธ์ปรุงความใจลอยเราก็ปรุงไม่ให้ใจลอยนะ รีบกำหนดใหญ่ รีบบริกรรมใหญ่ รีบเพ่งใหญ่ จะไม่ให้ใจลอย หารู้ไม่ว่า ตรงนั้นน่ะ กิเลสเกิดเรียบร้อยแล้ว ตรงที่กลัวจะใจลอยกิเลสก็เกิดแล้ว ตรงอยากไม่ให้ใจลอยกิเลสก็เกิดแล้ว ตรงที่ลงมือประคับประคองไม่ให้หลงไป นั่นก็ทำไปด้วยอำนาจบงการของกิเลสอีกนั่นแหละ งั้นธรรมะจริงๆ ง่ายสุดๆ เลยนะ ง่ายมาก ให้รู้ความปรุงแต่งของกายของใจนี่แหละ มันปรุงของมัน เช่นร่างกายหายใจเข้า หายใจออก ไม่ต้องไปฝืนมัน มันจะยืนมันจะเดินจะนั่งจะนอน ไม่ต้องไปห้ามมัน เราไม่ใช่คนง่อยนิ ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ จะต้องไปนั่งนิ่งๆ ห้ามกระดุกกระดิก ให้มันเมื่อยขึ้นมาแล้วคอยศึกษาธรรมะจากความเมื่อย ทำไมไม่ศึกษาธรรมะจากความจริง จากของจริงๆ ไปแต่งขึ้นมา ใจมันไม่เชื่อหรอกนะ ว่ามันเป็นทุกข์น่ะ มันรู้อยู่ตลอดเวลาเลยว่า นั่งไปนานแล้วเมื่อย นี่ฉันขยับเมื่อไรก็หายเมื่อนั้น เห็นมั้ยฉันทำได้นะ ที่เมื่อยขึ้นมานี่ก็เพราะฉันทำขึ้นมาเองแหละ แทนที่จะเห็นไตรลักษณ์นะ กลับรู้สึกว่าเราทำได้ เรานั่งไปเรื่อยให้เมื่อยนะ ในใจลึกๆ เราบอกแหมเมื่อยเองน่ะ เราพูดเอาว่ามันเมื่อยเองน่ะ ในใจลึกๆ เราฉันนั่งเฉยๆ น่ะสิ แกถึงเมื่อย ถ้าฉันขยับเมื่อไรแกก็หายเมื่อย ฉันทำได้ ฉันทำได้ ฉันทำได้นะ ไม่ใช่ฉันทำไม่ได้นะ

ง่ายมากนะ ธรรมะ ง่ายสุดๆ เลย ครูบาอาจารย์ที่หลวงพ่อไปศึกษาด้วยแต่ละองค์ๆ นะ แต่หลวงพ่อก็เลือกนะ ไม่ใช่ไปมั่วๆ นะ ครูบาอาจารย์แต่ละองค์ที่หลวงพ่อไปเรียนด้วย ส่วนมากท่านไม่ชอบปรุงแต่งอะไรแล้ว ท่านจะบอกง่ายนะ ง่าย บางองค์ก็บอกภาษาอีสาน “ง่ายแท้น้อๆ” อย่างนี้ นะ บางองค์ก็พูดภาษาภาคกลาง “มันง่ายนะปราโมทย์ ง่ายจริงๆ นะ” สมัยที่เรายังเที่ยวค้นคว้าหาอยู่เราก็รู้สึกว่ายากสิ ที่นี้ภาวนาไปนะ วันไหนรู้สึกยากนะ เฉลียวใจถึงคำครูบาอาจารย์ เอ๊ะวันนี้ทำไมรู้สึกภาวนายากผิดปกติ หยุดเลย ต้องผิดแล้วล่ะ ต้องผิดแล้ว ผิดแล้วห้ามขยัน ผิดแล้วขยันดันทุรังไปเรื่อยนะ ยิ่งหลงหนักเข้าไปอีก

(กรุณาอ่านต่อตอนที่ ๒)

Applications

Browse Applications

BuddyPoke!
BuddyPoke your friends with super cool, personalized 3D avatars!

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins    View all

Buddhist has no unwrapped gifts.
 

Comments | View All Entries

Leave a comment for Buddhist

Dec 10 5:35 AM
koy says:
 
คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ

[ของตกแต่งโดนๆคลิกเลย]ก้อยได้รับซีดีแล้วนะคะ ขอบคุณมาก มาก นะคะ
 
 
Dec 7 9:14 PM
 
สวัสดีคะ ไม่ทราบว่าท่านเป็นพระหรือว่าฆราวาสคะ...บัวแก้วเป็นคนสุรินทร์ รู้จักหลวงปู่ดุลย์ นะคะ ...วัดบุญญาวาสอยู่ที่ไหนละคะ ของ กทม.ทำงานที่ กทม.คะ ดีใจที่มีคนมุ่งสู่พระนิพพาน อนุโมทนาสาธุ ขอให้สำเร็จหมดกรรมทั้งปวงด้วยสมถกรรมฐาน รู้แจ้งเรื่องสวรรค์ นรก...เด็กอนุบาลลูกหมี...กำลังเรียนรู้ทุกเรื่อง...
 
Dec 7 7:46 PM
 
สวัสดีค่ะ

ขอบคุณที่รับเป็นเพื่อนนะคะ

ยินดีมากที่ได้รู้จักค่ะ
 
 
Dec 3 5:09 AM
 
หวัดดี
ได้ฟ้ง ซีดีหลวงพ่อ อยู่บ้าง ชอบมาก
ยินดีที่ได้ร้จัก
 
Dec 1 7:18 PM
 
อารมณ์วิปัสสนา " รู้ตัวทั่วพร้อม " เป็นอย่างไรหนอ ? คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ

[ของตกแต่งโดนๆคลิกเลย]
 
Nov 30 1:15 AM
 
..........{\......._____.....,^_^ ชีวิตนี้สั้นนัก ^-^
.........{*.\.....(*~*~*).../} ทุกข์ เป็นสิ่งที่ควรกำหนดรู้
........{.~.*\....////^^\../~}ตัณหา เหตุแห่งทุกข์เป็นสิ่งที่ควรละ
........{*....\..(((/.6.6./.*}ทุกขนิโรธ เป็นสิ่งที่ควรทำให้แจ้ง
........{..*.~.\.)))c..=.)*..} และอริยมรรค เป็นสิ่งที่ควรเจริญ
.........{*...*.////'_/~`.~.}
..........{~.*.((((.`.`\.*}'
...........`{.~.)))`\.\))_ <♥>"ใจระลึกถึง "
..............`{.(()..`\_.-'`.`:'นุช ขอบคุณมากๆนะคะ
................`)/.`..| ที่แวะเยี่ยมเยือนค่ะ
.................(....\' \และมีข้อความธรรมะฝาก เป็นประจำค่ะ
..................\....\.\
............_ .__\...| /
............|` `'...``Y; "ขอให้มีความสุขกะอาหารมื้อเย็นนะคะ"
............|./``-../../
............`'......|./
.................../.`-.
...................`----
 
Nov 27 4:23 AM
Nang says:
 
หวัดดีเช่นกัน และก็ขอโทษที่ตอบช้า
พอดีมีเหตุที่บ้านนิดหน่อย ไม่ได้หิ้วคอมฯไปด้วย ก็เลยไม่ได้ติดต่อใครเลย
อากาศเย็นแล้ว ดูแลสุขภาพด้วยนะจ๊ะ
เป็นห่วงจ๊ะ
 
Nov 20 5:14 AM
koy says:
 
หวัดดีค่ะ ไม่ทราบว่าคุณวิทย์ได้รับเมลของก้อยหรือเปล่าคะ
 
Nov 18 2:40 AM
Din says:
 
พุทธัง ธัมมัง สังฆัง สะระณังคัจฉามิ ข้าพเจ้าขอเอาพระคุณของพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆเจ้า เป็นที่พึ่งตราบชั่วตัวของข้าพเจ้าเองสำเร็จพระบรมมหาโพธิญาณ สู่แดนวิมุตติธรรม อรหังสัมมา สัมพุทโธ ภควา พุทธัง ภะคะวันตัง อภิวาเทมิ พระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นพระอรหันต์ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิงตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เอง อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง ปูเชมิ ข้าพเจ้าขอบูชาพระพุทธเจ้าด้วยเครื่องสักการะนี้ สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมะสามิ พระธรรมเป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ดีแล้ว อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง ปูเชมิ ข้าพเจ้าขอบูชาพระธรรมเจ้าด้วยเครื่องสักการะนี้ สุปฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะ สังโฆ สังฆัง นะมามิ พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ปฏิบัติดีแล้ว อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง ปูเชมิ ข้าพเจ้าขอบูชาพระสังฆเจ้าด้วยเครื่องสักการะนี้
 
Nov 17 7:16 AM
 
สวัสดีครับ.......มีไรมาแนะนำบ้างน่ะครับ
 
Nov 16 9:28 PM
 
เอามาฝาก....เฉยๆ คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
 
Nov 12 5:56 AM
koy says:
 
คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ

[ของตกแต่งโดนๆคลิกเลย]สวัดดีค่ะ สบายดีหรือเปล่าค่ะ ก้อยต้องการ ซีดี ของ ท่านพระอาจารย์ปราโมทย์ ค่ะ เดี๋ยวจะส่งที่อยู่ไปทางเมลนะค่ะ ขอบคุณค่ะ
 
 
 
 
Nov 3 11:57 PM
 
เราชอบอ่านข้อความของที่นี่จังค่ะ มีความรู้และให้คติธรรมดีค่ะ ขอบคุณค่ะ ดูแลตัวเองนะ - Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเมนต์
ดูแลตัวเองนะ - Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเมนต์

 
This item has been blocked and cannot be viewed. The user who posted this item has been blocked due to abuse of the hi5 Terms of Service.
 
This item has been blocked and cannot be viewed. The user who posted this item has been blocked due to abuse of the hi5 Terms of Service.

Title
body