Buddhist มุ่งนิพพาน  (0 views)

 

What is Buddhist doing now?

มีสติ รู้กาย (ตาม)รู้ใจ ลงปัจจุบัน ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่น เป็นกลาง
8 days ago  ·  Comment »

Location

Thailand

Birthday

April 16
 
Advertisement

Info

http://bud454545.hi5.com - Send it to your friends

Birthday

April 16

Location

Thailand

 

Interests

ธรรมะ


มีสติ รู้กาย (ตาม)รู้ใจ ในปัจจุบัน ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นเป็นกลาง
*ก่อนรู้:ไม่ดักรู้
*ขณะรู้:ไม่ถลำลงไปรู้
*หลังรู้:ไม่แทรกแซง ถ้าไม่เป็นกลาง[ยินดี-ยินร้าย] ก็รู้ลงไปอีกชั้น
...รู้เล่นๆ รู้สบายๆ รู้เนืองๆ


แจกฟรีซีดีธรรมะ “รวมแสดงธรรมและธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช”

กระผมมีความประสงค์ที่จะแจกซีดีธรรมะ เพื่อเป็นธรรมทาน แก่ผู้ที่สนใจทุกท่าน

โดยซีดีแผ่นนี้ เป็นการรวบรวมจากการที่ผมได้ฟังซีดีของของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
ทั้งการแสดงธรรมและธรรมเทศนา ที่ผมมีทั้งหมดประมาณ 20 แผ่น
และผมได้คัดเลือกและรวบรวมไฟล์ ที่ผมคิดว่ามีเนื้อหาครอบคลุมและครบถ้วน
สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาการปฏิบัติธรรม ในแนวทางดูจิตของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
มารวมกันไว้ อยู่ในแผ่นเดียว รวมทั้งได้มีการเรียงลำดับเนื้อหา
การฟังก่อน-หลัง ที่ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์มากที่สุด

ซีดีนี้เหมาะสำหรับทั้ง ท่านที่ต้องการศึกษาการปฏิบัติธรรม ในแนวทางดูจิต
ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช รวมถึงท่านปฏิบัติอยู่แล้ว และต้องการมีซีดี
ที่มีเนื้อหาครอบคลุมและครบถ้วนอยู่ในแผ่นเดียว ไว้เพื่อฟังซ้ำไปเรื่อยๆ
ซึ่งทำให้สะดวก และประหยัดเวลาในการศึกษามากยิ่งขึ้น

โดยในซีดี “รวมแสดงธรรมและธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช”
ประกอบด้วยไฟล์ ดังนี้

1. แสดงธรรม เรื่อง วิธีการปฏิบัติ ที่สวนสันติธรรม วันที่ 13 กรกฎาคม 2549
2. แสดงธรรม ที่ศาลาลุงชิน ครั้งที่ 1 วันที่ 21 พฤษภาคม 2549
3. แสดงธรรม ที่ศาลาลุงชิน ครั้งที่ 3 วันที่ 16 กรกฎาคม 2549
4. แสดงธรรม ที่ศาลาลุงชิน ครั้งที่ 8 วันที่ 21 มกราคม 2550
5. แสดงธรรม ที่ศาลาลุงชิน ครั้งที่ 16 วันที่ 16 ธันวาคม 2550
6. ธรรมเทศนา ที่สวนสันติธรรม วันที่ 15 เมษายน 2550
7. ธรรมเทศนา ที่สวนสันติธรรม วันที่ 13 พฤษภาคม 2550
8. ธรรมเทศนา ที่สวนสันติธรรม วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2550
9. ธรรมเทศนา ที่สวนสันติธรรม วันที่ 24 มีนาคม 2550
10. ธรรมเทศนา ที่สวนสันติธรรม วันที่ 19 กันยายน 2550
11. ธรรมเทศนา ที่สวนสันติธรรม วันที่ 15 มิถุนายน 2550 ช่วงที่ 1
12. ธรรมเทศนา ที่สวนสันติธรรม วันที่ 15 มิถุนายน 2550 ช่วงที่ 2
13. ธรรมเทศนา ที่สวนสันติธรรม วันที่ 2 มีนาคม 2550
14. ธรรมเทศนา ที่สวนสันติธรรม วันที่ 30 กรกฎาคม 2549
15. ธรรมเทศนา ที่สวนสันติธรรม วันที่ 5 พฤษภาคม 2550
(ไฟล์ที่ 1- 15 เป็น MP3 สามารถฟังด้วยเครื่องเล่น MP3 หรือ คอมพิวเตอร์)

และมีแถมไฟล์ หนังสือ “วิมุตติปฏิปทา” และ “ประมวลธรรมเทศนาของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช” และ “แก่นธรรมคำสอนของหลวงปู่ดูลย์” และ “วิมุตติมรรค” โดย หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ซึ่งสามารถเปิดอ่านด้วยคอมพิวเตอร์ และสั่งพิมพ์ ออกมาเป็นหนังสือได้

ซีดีนี้เผยแพร่เป็นธรรมทาน เมื่อท่านได้รับแล้ว ขอความกรุณาศึกษา โดยการฟังทั้งแผ่น อย่างน้อย 1 ครั้ง ด้วยครับ ซึ่งคาดว่าจะเกิดประโยชน์แก่ทุกท่านเป็นอย่างมาก

สำหรับท่านที่ต้องการซีดี
กรุณาแจ้ง ชื่อ ที่อยู่ โดยละเอียด และจำนวนที่ต้องการ
(กรุณาตรวจสอบให้รอบคอบเพื่อป้องกัน การส่งผิดพลาด)
โดยส่ง E-mail มาที่ bud454545@yahoo.com
ผมจะดำเนินการส่งซีดีไปให้ครับ

Favorite Music

ธรรมะของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโช
 

Favorite Books

หนังสือของ คุณดังตฤณ และ อ.สุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา
 

Favorite Quote

คำตรัสของพระพุทธเจ้า

"ความทุกข์ทั้งมวลมีรากมาจากตัณหาอุปาทาน ความทะยานอยากดิ้นรน และความยึดมั่นถือมั่น ว่าเป็นเราเป็นของเรา รวมถึงความเพลินใจในอารมณ์ต่างๆ สิ่งที่เข้าไปเกาะเกี่ยวยึดถือไว้โดยความเป็นตน เป็นของตน จะไม่ก่อทุกข์ก่อโทษให้นั้น เป็นไม่มีหาไม่ได้ในโลกนี้

เมื่อใดบุคคลมาเห็นสักแต่ว่าได้เห็น ฟังสักแต่ว่าได้ฟัง รู้สักแต่ว่าได้รู้ เข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆสักแต่ว่าเข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่หลงใหลพัวพันมัวเมา เมื่อนั้นจิตก็จะว่างจากการยึดถือต่างๆ ปลอดโปร่ง แจ่มใส เบิกบานอยู่

เธอจงมองดูโลกนี้โดยความเป็นของว่างเปล่า มีสติอยู่ทุกเมื่อ(เนืองๆ) ถอนอัตตานุทิฏฐิ คือความยึดมั่นถือมั่นเรื่องตัวตนเสียด้วยประการฉะนี้ เธอจะเบาสบายคลายทุกข์ คลายกังวล ไม่มีความสุขใดยิ่งกว่าการปล่อยวางและการสำรวมตนอยู่ในธรรม"
 

hi5 Games

Play hi5 Games

Buddhist hasn't played any games recently.

 

Journal

View All 73 Entries    Add Comment

ความปรุงแต่ง 3 แบบ

(หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แสดงธรรม ที่ศาลาลุงชิน วันที่ 21 พฤษภาคม 2549)

ธรรมะของพระพุทธเจ้านี้อัศจรรย์จริงๆนะ ถ้าทำถูกต้อง ใช้เวลาไม่นาน แต่ถ้าทำไม่ถูกต้อง ใช้เวลานาน ที่ไม่ถูกต้องก็คือไม่ใช่คำสอนของพระพุทธเจ้า คำสอนของพระพุทธเจ้าจริงๆ ท่านไม่ได้สอนให้พวกเราหนี ชาวพุทธจริงๆต้องเป็นนักต่อสู้ ไม่ใช่คนขี้แพ้ ความทุกข์อยู่ที่ไหน ท่านสอนให้เราไปเรียนรู้ที่นั่น

ความทุกข์อยู่ที่กายของเรานี้ เข้ามาเรียนรู้ที่กาย
ความทุกข์อยู่ที่จิตใจ เข้ามาเรียนรู้ที่จิตใจของเรา

ที่จริงแล้วคนก็แสวงหาทางพ้นทุกข์มาตลอด ใครๆก็อยากพ้นทุกข์ทั้งนั้น ก่อนพระพุทธเจ้าเขาก็แสวงหาทางพ้นทุกข์แล้ว กระทั่งหมูเห็ดเป็ดไก่อะไร มันก็แสวงหาทางพ้นทุกข์ของมัน ทีนี้การแสวงหาพ้นทุกข์ที่มีมาตลอดนี้ มันก็แสวงหาตามชั้นตามภูมิ ตามความเข้าใจ ตามสติปัญญาของแต่ละคนแต่ละท่านไม่เหมือนกัน

บางคนหาทางพ้นทุกข์โดยการเสพสุข แสวงหาอารมณ์ที่เพลิดเพลินพอใจ ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เช่นกลุ้มใจขึ้นมา ไปดูหนัง ไปฟังเพลง ไปหาอะไรสวยๆดู ไปทัศนาจร ไปหาของอร่อยๆกินแก้กลุ้ม หรือไปคิดอะไรให้เผลอๆเพลินๆ นี่ก็เป็นวิธีหาความสุขอย่างหนึ่ง หาความสุขอย่างโลกๆ หาความสุขโดยอาศัยการกระทบทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ วิธีหาความสุขอย่างนี้ พวกสัตว์เดรัจฉานก็ทำเป็น เช่นมันหิวขึ้นมาก็ไปหาอะไรกิน กินอิ่มแล้วมีความสุข

ทีนี้ต่อมาคนมีสติปัญญามากขึ้น เห็นว่าลำพังวิ่งหาความสุขทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ยังไม่สุขจริงหรอก ต้องเที่ยวหาอารมณ์ที่เพลิดเพลินพอใจไปเรื่อยๆ มันพึ่งพิงสิ่งภายนอกมากไป หลายคนก็เลยมาหาความสุขทางจิตใจของตัวเอง โดยเฉพาะพวกเข้าวัดทั้งหลาย มีความรู้สึกขึ้นมาอยู่เรื่อยๆเลยว่าถ้าเราสามารถควบคุมจิตใจของเราให้อยู่ในอำนาจของเราได้ เราจะมีความสุข ก็เลยเกิดการแสวงหาความสุขวิธีที่สอง ก็คือการรักษาใจของเราให้ดี คนด่าใจเราก็เฉย คนชมใจเราก็เฉย วิธีหาความสุขอย่างนี้เพื่อตัวเราจะได้มีความสุข นี้ก็ยังไม่ใช่ทางของพระพุทธเจ้า เป็นการปรุงแต่งฝ่ายกุศล ปรุงแต่งความดีขึ้นมา แล้วชีวิตจะได้มีความสุขอย่างคนดีๆ สุขอย่างคนดีได้ ก็ทุกข์อย่างคนดีได้

ทีนี้บางคนฉลาดกว่านี้อีก เห็นว่าถ้าตราบใดที่ยังต้องคอยรักษาจิตใจเอาไว้ มีการกระทบมันคอยกระเทือนก็คอยรักษาอยู่เรื่อยๆ ยังไม่สุขจริง อีกพวกนึงก็เลยคิดพัฒนาขึ้นไป ถ้าเราไม่ต้องกระทบอารมณ์เสียเลย มันจะมีความสุข พวกนี้ก็ฝึกเข้าฌานกันนะ ฝึกเข้าอรูปฌาณ ฝึกเข้าอสัญญี พรหมลูกฟัก หรือเข้าอรูปฌาณ ไม่รับรู้โลกภายนอก ไม่สนใจโลกภายนอก ไม่มีอะไรมากระเทือน ไม่มีสิ่งใดมากระทบ พอไม่มีอะไรมากระทบ ใจก็ไม่ต้องกระเทือน

ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา วิธีหาความสุขมีสามแบบ อันแรก เที่ยวหาอารมณ์ที่เพลิดเพลินพอใจ ตอบสนองกิเลสไปเรื่อยๆแล้วก็มีความสุข การหาความสุขแบบนี้เป็นความปรุงแต่งฝ่ายอกุศล เรียกว่า อปุญญาภิสังขาร หรือเป็นความสุดโต่งในข้างที่เรียกว่า กามสุขัลลิกานุโยค ตามใจกิเลสแล้วมีความสุข

อย่างที่สอง มีการควบคุม คอยบังคับตัวเอง อันนี้เรียกว่า ความปรุงแต่งฝ่ายกุศล เรียก ปุญญาภิสังขาร หรือเรียก อัตตกิลมถานุโยค การบังคับควบคุมตัวเอง

ความปรุงแต่งอย่างที่สาม หลีกเลี่ยงการกระทบอารมณ์ เรียก อเนญชาภิสังขาร

ในโลกมีความปรุงแต่งทั้งสามอย่างนี้ ความปรุงแต่งทั้งสามอย่างนี้กระทำไปเพื่อตอบสนองอัตตาตัวตนทั้งสิ้น เพราะเราไม่รู้ความจริงว่ากายนี้ใจนี้ไม่ใช่ตัวเรา เราคิดว่ากายนี้ใจนี้เป็นตัวเรา อยากให้ตัวเรามีความสุข อยากให้ตัวเราพ้นทุกข์ ก็เลยต้องดิ้นรนปรุงแต่งสามแบบ

ทีนี้พระพุทธเจ้าท่านฉลาดแหลมคม ท่านบอกว่าตราบใดที่ยังปรุงแต่งอยู่ มันไม่ได้แก้ปัญหาตรงจุด มันแก้ที่ปลายทางเท่านั้นเอง ตรงจุดจริงๆก็คือ ตัวตนมีมั้ย ถ้ามาศึกษา ศึกษากาย ศึกษาใจของเราเอง จนวันหนึ่งปัญญามันแจ้ง กายนี้ไม่ใช่ตัวเรา ใจนี้ไม่ใช่ตัวเรา พอปล่อยวางความยึดถือกาย ปล่อยวางความยึดถือใจได้ ละอวิชชา อวิชชาคือความไม่รู้อริยสัจจ์

ความไม่รู้อริยสัจจ์ข้อที่หนึ่ง ความไม่รู้ทุกข์ คือเราไม่รู้ว่ากายนี้ใจนี้เป็นตัวทุกข์ เราคิดว่ากายนี้ใจนี้คือตัวเรา เป็นตัวดี ตัววิเศษ เราก็ต้องดิ้นรน อยากให้มันดีไปเรื่อยๆ อยากให้มันเป็นสุขไปเรื่อยๆ อยากให้มันพ้นทุกข์ไปเรื่อยๆ

ถ้าเราสามารถเรียนรู้ รู้เข้ามาที่กาย รู้ลงเข้ามาที่ใจ นี่วิธีการของพระพุทธเจ้า เรียนรู้ลงมาที่กายที่ใจของเราเอง จนเห็นความจริงเลย กายนี้ไม่ใช่ตัวเราหรอก กายนี้เป็นวัตถุเป็นก้อนธาตุ ความดิ้นรนหวงแหนร่างกายนี้จะสลายไป หรือเรียนรู้ลงไปที่จิตใจจะเห็นเลยจิตใจเป็นของไม่เที่ยง เดี๋ยวสุขเดี๋ยวทุกข์ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย สุขก็ชั่วคราวนะ ทุกข์ก็ชั่วคราว ดีก็ชั่วคราว ชั่วก็ชั่วคราว ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาถึงจิตถึงใจเราล้วนแต่ของชั่วคราวทั้งนั้น กระทั่งตัวจิตตัวใจเองก็ของชั่วคราว จิตเดี๋ยวก็เกิดทางตาแล้วก็ดับไป เกิดทางหูแล้วก็ดับไป เกิดทางใจแล้วก็ดับไป มีแต่ของชั่วคราวทั้งหมด

พอเห็นอย่างนี้เห็นความจริงละ จิตนี้ไม่ใช่ตัวเราที่เที่ยงแท้ถาวรอะไร ความดิ้นรนที่จะให้จิตมีความสุข ความดิ้นรนที่จะให้จิตพ้นทุกข์มันก็จะสลายไป ความพ้นทุกข์ที่แท้จริงเกิดจากการที่จิตของเราฉลาด รู้ความจริงของจิตของใจจนมันหมดความดิ้นรน การที่เรารู้กายรู้ใจนั้นเรียกว่า รู้ทุกข์

ครูบาอาจารย์สอนมานะ อย่างหลวงปู่เทสก์เคยสอน รู้ทุกข์นั่นแหละละสมุทัย ถ้าเรารู้ทุกข์แจ่มแจ้งว่ากายนี้ใจนี้ไม่ใช่เรา ละสมุทัยคือละความดิ้นรน ใจมันจะเลิกดิ้นรน เที่ยววิ่งหาความสุข เลิกดิ้นรน เที่ยววิ่งหนีความทุกข์ ใจที่มันเลิกดิ้นรนจะเข้าถึงความสงบที่แท้จริง อันนี้เรียกว่านิโรธ นิโรธหรือนิพพานนั่นเอง คือความสงบความระงับจากกิเลส จากตัณหา จากความวุ่นวาย หลุดพ้นออกมาจากขันธ์ จากกายจากใจ มีกายมีใจสักแต่ว่าอาศัยอยู่ทั้งสิ้น

เป็นผู้ปฏิบัติเนี่ยรู้สึกอยู่ตลอดเวลาเลย กายนี้ไม่ใช่ตัวเรานะ เป็นของโลก ยืมโลกมาใช้ชั่วคราว จิตใจก็ไม่ใช่ตัวเรา เป็นนามธรรมอันนึง เกิดดับเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ถ้าเป็นอย่างนี้ใจจะพ้นทุกข์นะ ใจจะเข้าถึงสันติสุขอย่างแท้จริง หน้าที่ของพวกเราก็คือคอยรู้กายคอยรู้ใจมากๆไว้ รู้เข้าไปมากๆจนมันเข้าใจความจริง เครื่องมือที่จะรู้กายรู้ใจของเราเรียกว่าสติ การที่เข้าใจความจริงเรียกว่าปัญญา สัมปชัญญะเป็นตัวปัญญา เข้าใจ สติเป็นตัวระลึกรู้ อะไรเกิดขึ้นในกายคอยรู้ อะไรเกิดขึ้นในใจคอยรู้ รู้มากเข้าๆปัญญามันเกิด จึงเป็นความเข้าใจความเป็นจริงของกายของใจ พอเข้าใจความเป็นจริงของกายของใจ ไม่ใช่ตัวเรา ความดิ้นรนในใจจะหมดไป จิตที่หมดความดิ้นรน หมดความปรุงแต่งนั้นแหละจึงเข้าถึงสันติสุข หรือนิพพาน

Applications

Browse Applications

BuddyPoke!
BuddyPoke your friends with super cool, personalized 3D avatars!

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins

Buddhist has no unwrapped gifts.
 

Comments | View All Entries

Leave a comment for Buddhist

 
 
Nov 3 11:57 PM
 
เราชอบอ่านข้อความของที่นี่จังค่ะ มีความรู้และให้คติธรรมดีค่ะ ขอบคุณค่ะ ดูแลตัวเองนะ - Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเมนต์
ดูแลตัวเองนะ - Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเมนต์

 
This item has been blocked and cannot be viewed. The user who posted this item has been blocked due to abuse of the hi5 Terms of Service.
 
This item has been blocked and cannot be viewed. The user who posted this item has been blocked due to abuse of the hi5 Terms of Service.
 
Nov 1 11:01 PM
 
นู๋แนนไปทอดกฐินมาจ้า เอาบุญมาฝากนะคะ คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
 
Oct 31 3:01 AM
Din says:
 
(3) วิธีเจริญเตโชกสิณ โยคาวจรกุลบุตรผู้มีวาสนาบารมี เคยเจริญเตโชกสินมาแล้วในชาติก่อน เพียงแต่เพ่งเปลวไฟในที่ใดที่หนึ่ง บริกรรมภาวนาว่า เตโชๆ ไฟ ๆ ดังนี้ ก็อาจได้สำเร็จอุคคหนิมิตและปฏิภาคนิมิตโดยง่าย ถ้าผู้ไม่เคยบำเพ็ญมาแต่ชาติก่อน ปรารถนาจะเจริญเตโชกสิณ พึงหาไม้แก่นที่สนดีมาตากไว้ให้แห้ง บั่นออกไว้เป็นท่อนๆ แล้วนำไปใต้ต้นไม้ หรือที่ใดที่หนึ่งซึ่งเป็นที่สมควร แล้วกองฟืนเป็นกองๆ ดังจะอบบาตร จุดไฟเข้าให้รุ่งเรือง แล้วเอาเสื่อลำแพน หรือแผ่นหนังหรือแผ่นผ้า มาเจาะเป็นช่องกลมกว้างประมาณคืบ 4 นิ้ว แล้วเอาขึงไว้ตรงหน้า นั่งตามพิธีที่กล่าวไว้ในปฐวีกสิณแล้วตั้งจิตกำหนดว่า อันนี้เป็นเตโชธาตุ แล้วจึงบริกรรมว่า เตโชๆ ไฟๆ ดังนี้ร่ำไปจนกว่าจะได้สำเร็จอุคคหนิมิต และปฏิภาคนิมิต โดยลำดับไป อุคคหนิมิตในเตโชกสิณนี้ ปรากฏดุจเปลวเพลิวลุกไหม้ไหว ๆ อยู่เสมอ ถ้ามิได้ทำดวงกสิณพิจารณาไฟในเตาเป็นต้น เมื่ออุคคหนิมิตเกิดขึ้น กสิณโทษก็จะปรากฏด้วย ส่วนปฏิภาคนิมิตปรากฏมิได้หวั่นไหว จะปรากฏดุจท่อนผ้ากำพลแดงอันประดิษฐานอยู่บนอากาศ หรือเหมือนกาบขั้วตาลทองคำฉะนั้น เมื่อปฏิภาคนิมิตปรากฏแล้ว โยคาวจรก็จะได้สำเร็จฌาณตามลำดับจนถึงจตุตถฌาณ ปัญจมฌาน....
 
Oct 30 8:15 AM
 
-ความอยู่ไม่น่าปลื้ม
-ความตายไม่น่าหวั่น
-หมดรักก็หมดทุกข์
-จิตนิ่งใจสงบ
-ย่อมพบสุข ชั่วนิรันดร์...
 
Oct 27 7:09 AM
 
สวัสดี ครับ

แวะเวียนมาทักทาย

ยินดีที่ได้รู้จัก ครับ
 
 
Oct 27 2:48 AM
 
หวัดดีค่ะ ใครเอ่ยคะ มะรู้จักอ่า..
 
Oct 25 9:04 PM
 
-------------------------------------

"สัพเพ สัตตา อเวรา โหนตุ"

ท่องสัพเพ สัตตา พาใจหวั่น
เสียงห่ำหั่น เข่นฆ่า น่าสยอง
เสียงซวบซาบ ดาบคมเชือด เลือดไหลนอง
เสียงกรีดร้อง สะท้านจิต สะกิดใจ

เสียงสัพเพ สัตตา พาให้คิด
ว่าชีวิต นี้มีค่า กว่าสิ่งไหน
อเวรา อย่ามีเวร อย่ามีภัย
ชีวิตใคร ใครก็หวง อย่าล่วงเกิน

ท่องสัพเพ สัตตา มาแต่ไหน
ยังเข้าใจ ในเนื้อแท้ ้แค่ผิวเผิน
ยังฆ่าบ้าง กินบ้าง อย่างเพลิดเพลิน
ยังใช้เงิน ซื้อชีวิต อนิจจา.............

สัตว์เกิดกาย มาใช้กรรม ที่ทำไว้
เป็นเป็ดไก่ กุ้งปูปลา ูและหมูหมา
ตามเหตุต้น ผลแห่งกรรม ที่ทำมา
มิใช่ฟ้า ประทานมา ให้คนกิน

มีปัญญา แต่เหคุไฉน จึงไม่คิด
มองชีวิต กลับเห็น เป็นทรัพย์สิน
เสียงกรีดร้อง ก่อนตาย ใครได้ยิน
น้ำตาริน เมื่อถูกเฉือด เลือดกระเซ็น

พูดว่าสัตว์ เขาเกิดมา เป็นอาหาร
เขาลนลาน หนีตาย ใครมองเห็น
เขาจนใจ พูดไม่ได ้เถียงไม่เป็น
ช่างเลือดเย็น เข่นฆ่าได้ ไม่ปราณี

มีพืชผัก มากมายครับ นับไม่ถ้วน
ทุกกลิ่นรส ล้วนสดใส หลายหลากสี
ธรรมชาติ จัดวางไว้ อย่างดิบดี
สัตว์วิ่งหนี พืชเต็มใจ ให้กินมัน

เพราะเรากิน เขาจึงฆ่า เอามาขาย
เราสบาย แต่สัตว์โลก ต้องโศกศัลย์
ท่องสัพเพ สัตตา มาทุกวัน
เมตตากัน โปรดอย่าฆ่า และอย่ากิน
-------------------------------------
 
Oct 25 9:00 AM
Molly says:
 
อนุโมทนาบุญคะ
การให้ธรรมทานชนะการให้ทั้งปวงคะ
 
Oct 25 4:11 AM
 
สวัสดีค่ะ


ยินดีที่ได้รู้จัก มากๆๆเลยค่ะ
 
Oct 24 8:23 PM
 
ลังกาวตารสูตร.....แปลโดย "พุทธทาสภิกขุ"

ลังกาวตารสูตร เป็นพระคัมภีร์หลัก (Text) ของพุทธศาสนา ฝ่ายมหายาน
เป็นหนึ่งในเก้าคัมภีร์ ซึ่งเป็นคัมภีร์ สำคัญที่เรียกว่าสูตร สูตรหนึ่งนั้น มิใช่สั้นๆ
เช่นที่เราเข้าใจกัน แต่เป็นหนังสือ เล่มขนาดใหญ่ หรือคัมภีร์หนึ่ง นั่นเอง

ลังกาวตารสูตร พิมพ์ขึ้นเป็นภาษาสันสกฤต เมื่อ ค.ศ. 1922
โดยท่าน Bunyin Nangio. M.A. (oxon) D. Litt.Kvoto.
สูตรนี้แปลเป็นภาษาจีนครั้งแรก...เมื่อ ค.ศ.433 โดยท่านคุณภัทระ แห่งอินเดีย
เป็นครั้งที่สอง...เมื่อ ค.ศ.513โดยท่านโพธิ รุจิ แห่งอินเดีย และ
ครั้งที่สาม...เมื่อ ค.ศ.700 โดยท่านศึกษานันทะ แห่งอินเดียเหมือนกัน
เป็นสูตรว่าด้วยศึกษาธรรมล้วน

ภาคที่แปดแห่งลังกาวตารสูตรนี้ กล่าวถึงเรื่องการกินเนื้อสัตว์โดยเฉพาะ
เรียกว่า ภาคมางสภักษนปริวรรต จากข้อความในภาคนี้ ย่อมเป็นการพิสูจน์
ไว้อย่างเต็มที่ว่า สาวกในพระพุทธศาสนา จะเป็นบรรพชิตหรือฆราวาสก็ตาม
จะไม่ รับประทาน เนื้อปลา หรือเนื้อสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่งเลย

ต่อไปนี้เป็นข้อความบางตอน ซึ่งตัดตอนมาจากข้อความในภาคนั้น
โดยเห็นว่า พวกเรา แม้เป็นฝ่ายเถรวาท(หินยาน)ก็ควรได้อ่านฟังกันไว้บ้าง
เป็นการประกอบการศึกษาเรื่องนี้ด้วยใจอันเป็นอิสระ ข้อความในพระสูตรนั้นมีดังนี้

"พระตถาคตเจ้าผู้ทรงอรหันต์ ได้ตรัสรู้อย่างถูกถ้วนแล้ว และได้ตรัสความเป็นกุศล
หรืออกุศลแห่งการ บริโภคเนื้อสัตว์แก่เรา เพื่อว่าเราและสาวกอื่นๆ ในพระพุทธศาสนา
ในปัจจุบันและอนาคต จะได้ประกาศสัจธรรมอันนี้ แก่เขาเหล่าโน้น ผู้บริโภคเนื้อสัตว์
เพื่อเป็นการทำลายความอยากในเนื้อสัตว์ของเขาเหล่านั้นๆ เสีย"


พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า

โอ มหาบัณฑิต ! ด้วยน้ำหนักแห่งเหตุผลมากมายเหลือจะประมวล บ่งแสดงว่า
เนื้อสัตว์ทุกชนิด เป็นสิ่งที่ควรปฏิเสธ โดยสาวกแห่งพระพุทธศาสนา
ผู้มีใจเปี่ยมอยู่ด้วยความกรุณา สำหรับเขาเหล่านั้น เราจักกล่าวแต่โดยย่อๆ.

โอ มหาบัณฑิต ! ในวัฏฏะสงสารอัน ไม่มีใครทราบที่สุดในเบื้องต้นนี้
สัตว์ผู้มีชีพ ได้พากันท่องเที่ยวไปในการ ว่ายเวียน ในการเกิดอีกตายอีก

ไม่มีสัตว์ แม้แต่ตัวเดียว ที่ในบางสมัย ไม่เคยเป็นแม่ พ่อ พี่น้องชาย
พี่น้องหญิง ลูกชาย ลูกหญิง หรือเครือญาติอย่างอื่นๆ แก่กันเลย
 
Oct 24 6:44 AM
 
สวัสดีค่ะ..ยินดีที่ได้รู้จักนะค่ะ...
หนูเคยไปกราบหลวงพ่อปราโมทย์ ตอนปิดเทอมค่ะ....
 
Oct 24 1:04 AM
 
พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสว่า

โอ มหาบัณฑิต ! ด้วยน้ำหนักแห่งเหตุผลมากมายเหลือจะประมวล บ่งแสดงว่า
เนื้อสัตว์ทุกชนิด เป็นสิ่งที่ควรปฏิเสธ โดยสาวกแห่งพระพุทธศาสนา
ผู้มีใจเปี่ยมอยู่ด้วยความกรุณา สำหรับเขาเหล่านั้น เราจักกล่าวแต่โดยย่อๆ.

โอ มหาบัณฑิต ! ในวัฏฏะสงสารอัน ไม่มีใครทราบที่สุดในเบื้องต้นนี้
สัตว์ผู้มีชีพ ได้พากันท่องเที่ยวไปในการ ว่ายเวียน ในการเกิดอีกตายอีก

ไม่มีสัตว์ แม้แต่ตัวเดียว ที่ในบางสมัย ไม่เคยเป็นแม่ พ่อ พี่น้องชาย
พี่น้องหญิง ลูกชาย ลูกหญิง หรือเครือญาติอย่างอื่นๆ แก่กันเลย

สัตว์ตัวเดียวกัน ย่อมถือปฏิสนธิในภพต่างๆ เป็นกวาง หรือสัตว์สองเท้า
สัตว์สี่เท้าอื่นๆ เป็นนก ฯลฯ ซึ่งยังนับได้ว่าเป็นเครือญาติของเราโดยตรง

สาวกแห่งพระพุทธศาสนา จะทำลงไปได้อย่างไรหนอ
จักเป็นผู้สำเร็จแล้ว หรือยังเป็นสาวกธรรมดาอยู่ก็ตาม
ผู้รู้เห็นอยู่ว่า สรรพสัตว์ทั้งหมดล้วนเป็นภราดรของตน
แล้วจะเชือดเนื้อ เถือหาง กินเลือดเนื้อของมันอีกหรือ?

โอ บัณฑิต! เนื้อสุนัข เนื้อฬา อูฐ ม้า โค และ เนื้อมนุษย์เหล่านี้
เป็นเนื้อที่ประชาชนไม่รับประทาน. แม้กระนั้นเนื้อ ของสัตว์เหล่านี้
ถูกนำมา ปลอมขาย ในนามของเนื้อแกะ ภายในเพราะ เห็นแก่เงิน
เพราะเหตุนี้ เนื้อสัตว์ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรกิน โดยสาวกแห่งพระพุทธศาสนา

โอ บัณฑิต! เพราะว่า เนื้อย่อมเกิดมาจากเลือด และน้ำอสุจิ เพราะฉะนั้น
มันจึงเป็นสิ่งไม่ควรบริโภคสำหรับสาวกแห่ง พระพุทธศาสนาผู้ประสงค์ต่อ
ความสะอาดบริสุทธิ์ และเป็นการสร้างความหวาดกลัวให้เกิดขึ้นในระหว่างกันและกัน

โอ บัณฑิต ! เพราะฉะนั้น "เนื้อ"จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรบริโภค โดยบรรพชิต
แห่งพระพุทธศาสนา ผู้มีเมตตาประสงค์มิตรภาพในเพื่อสัตว์ด้วยกันถ้วนหน้า

โอ บัณฑิต ! เนื้อนี้เป็นของ ไม่ควรบริโภคโดยพุทธสาวก
โอ บัณฑิต ! สัตบุรุษ ย่อมบริโภคแต่อาหาร ที่สมควรแต่ท่านผู้บริสุทธิ์
ไม่ยอมบริโภค เนื้อและเลือด เพราะฉะนั้น ควรที่สาวกแห่งพระพุทธศาสนา
จะต้อง ไม่บริโภคเนื้อสัตว์เลย

โอ บัณฑิต ! ในโลกนี้มีคนอันมาก ซึ่งกล่าวเท็จเทียมต่อ พระพุทธดำรัส
ให้ผิดไปจากความจริง เขากล่าวกันว่า บรรดาผู้คัดค้านอาหารอันสมควร
แต่ท่านผู้บริสุทธิ์แห่งสมัยเพรงกาล ย่อมกินอาหารเหมือนนักกินเนื้อ
ย่อมเที่ยวใส่ความทุกข์เจ็ปวด แก่สัตว์น้อยๆ ที่มีชีวิตอยู่ในอากาศ บนบก
และในน้ำ เที่ยวรบกวน รังควานมันทั้งที่นี่ และที่นั่นอยู่เสมอ
สมณภาพของเขา ถูกทำลายเสียย่อยยับแล้ว พราหมณภาพของเขา
ถูกทำให้เศร้าหมอง เสียแล้ว เขามิได้ประกอบด้วยศรัทธาและสมาจาร
คนชนิดนี้แหละที่กล่าวคำเท็จเทียมมากมายหลายชนิดแต่พระพุทธวัจนะ.

โอ บัณฑิต ! มีกลิ่นที่น่ารังเกียจไม่น่าบริโภคอยู่ในเนื้อสัตว์เช่นเดียวกับกลิ่นแห่งศพ

แม้เหตุผลเพียงเท่านี้ "เนื้อสัตว์"ก็เป็นสิ่งของไม่ควรบริโภคสำหรับพุทธศาสนิกชน
อยู่แล้ว ถ้าหากว่าศพถูกเผา และเนื้อสัตว์อย่างใดอย่างหนึ่งถูกเผา มันก็จะมีกลิ่น
อันน่ารังเกียจ ไม่แตกต่างอะไรกันเลย

ดังนั้น บรรพชิตในพระพุทธศาสนา ผู้หวังความบริสุทธิ์ จะไม่บริโภคเนื้อใดๆเลย
เพราะว่า มันเป็นสิ่งที่ถูกกีดกันแล้วสำหรับท่านผู้บริสุทธิ์ และสาวกของท่าน
ในกรณีที่ จะพยายามเพื่อโมกษะและความตรัสรู้,

เพราะฉะนั้น สาวกผู้เดินตามทางอันสูงยิ่งนี้ ทั้งครอบครัวลูกหญิงชาย ย่อมรู้
อย่างเต็มใจว่า มันเป็นสิ่งที่ถูกเกียจกันในทุกๆ กรณีที่พยายาม เพื่อสมาธิ.

โอ บัณฑิต ! เพราะฉะนั้น เนื้อทุกๆชนิด เป็นสิ่งที่ไม่ควรบริโภคสำหรับ
พุทธศาสนิกชน ซึ่งเป็นผู้ที่ปรารถนาจะมีสาธุคุณในทางจิต ทั้งเพื่อตนเอง
และผู้อื่น นักกินเนื้อ ย่อมเป็นเหยื่อแห่งโรคหลายชนิด เช่น โรคไส้เดือน
พยาธิ โรคเรื้อน โรคเจ็บในท้อง ฯลฯ

โอ บัณฑิต!เรากำลังประกาศว่า การกินเนื้อสัตว์เป็นการกินเนื้อบุตรของตนเอง
อยู่ดังนี้ เราจะกล่าวไปอย่างไรได้ ที่เราจะบัญญัติให้สาวกของเรากินเนื้อสัตว์
ซึ่งเป็นของจัดไว้ต้อนรับ "ของพวกคนใจอำมหิต"

เป็นของควรห้ามโดยท่านสัตบุรุษทั่วไป เต็มไปด้วยมลทิน ปราศจากคุณใดๆไม่
เหมาะที่จะบริโภคสำหรับผู้บริสุทธิ์ และเป็นของควรห้ามเด็ดขาดโดยประการทั้งปวง
 
Oct 23 9:04 PM
 
ไม่ได้ไปค่ะ เสียดายเหมือนกัน

คนไปเยอะมากเลยใช่มั้ยคะ

อนุโมทนาบุญด้วยนะคะที่ได้ไปร่วมงานกฐิน
 
Oct 22 11:15 PM
 
ขอบคุณมากนะคะ แต่ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้วค่ะ ฟัง CD ที่คุณวิทย์ให้มาก็ช่วยได้เยอะ
พอมองกลับไปก็นึกขอบคุณที่เกิดเรื่องแย่ๆขึ้น เพราะทำให้เราโตขึ้น ฉลาดขึ้น และรักตัวเองขึ้นมากๆเลยค่ะ ขอบคุณอีกครั้งสำหรับ CD และคำแนะนำนะคะ ขอให้เจริญในธรรมค่ะ ^__^
 
Oct 22 12:46 PM
 
สวัสดีคับบบบ

ขอบคุนที่แอ้ดมานะคับ

เจริญในธรรมคับ ^^

Title
body